🔻รับชมตอนต่อไปได้ที่นี่ 👇
![[ครบชุด] : D2107023_ญาต ด ถ กว าเก บของเก าม ป ญญาส งล กเร ยนเหรอ...15 ป ต อมาล กเป นทนาย_part 2](https://thfilmthai.vansonnguyen.com/wp-content/uploads/2026/07/fb_natural_20260722_085342.jpg)
ราชันย์ไร้รัศมี: Rolls-Royce La Rose Noire Droptail เผยโฉมรถต้นแบบจากแผนก Coachbuild ครั้งแรกในเอเชีย
กรุงเทพฯ, 20 ตุลาคม 2566 – ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ซูเปอร์คาร์และรถหรูในประเทศไทยมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและไม่เหมือนใคร ล่าสุด หนึ่งในแบรนด์รถยนต์ที่ได้รับการยอมรับในด้านความหรูหราและงานฝีมือระดับสูงอย่าง Rolls-Royce ได้เปิดตัวผลงานชิ้นเอกจากแผนก Coachbuild ของตนเอง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการนำรถต้นแบบรุ่นดังกล่าวมาจัดแสดงในประเทศไทย โดยวางแผนผลิตจำกัดเพียง 4 คันทั่วโลกสำหรับลูกค้าคนพิเศษ และรถยนต์คันแรกที่ได้รับเกียรติมาจัดแสดงในครั้งนี้มีชื่อว่า Rolls-Royce La Rose Noire Droptail
แรงบันดาลใจจากกลีบกุหลาบอันลึกลับ
La Rose Noire Droptail ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดอกกุหลาบฝรั่งเศส ซึ่งเป็นดอกไม้สุดโปรดของคุณแม่ท่านหนึ่งในครอบครัวที่สั่งผลิต โดดเด่นด้วยสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสานเข้ากับเฉดสีดำ และมีสีแดงประกายมุกเมื่ออยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ โดยทาง Rolls-Royce ได้นิยามการรวมกันของ 2 สีพิเศษนี้ว่า “รักแท้” และ “ลึกลับ” ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างแบรนด์และลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ที่มีความหมายมากกว่าแค่ยานพาหนะ
ความแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า
Rolls-Royce Droptail แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Sweptail และ Boat Tail คือไม่ได้ใช้แพลตฟอร์ม Architecture of Luxury แบบเดียวกับ Cullinan, Ghost และ Phantom แต่มีตัวถังแบบ monocoque ใหม่ที่ทำจากเหล็ก อะลูมิเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์แทน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างรถ ในขณะที่ยังคงความหรูหราและน้ำหนักเบาได้อย่างลงตัว
ขุมพลังที่เหนือระดับ
แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานจะใหม่ แต่ระบบส่งกำลังจะยังคงใช้เครื่องยนต์ V12 เทอร์โบคู่ขนาด 6.75 ลิตรของแบรนด์ที่ให้กำลัง 593 แรงม้าและแรงบิด 840 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาน้อยกว่า 5.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กม./ชม. ซึ่งเป็นสเปกที่เหนือกว่ารถซูเปอร์คาร์หลายรุ่นในตลาดปัจจุบัน
การออกแบบภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์
การออกแบบภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ Droptail แตกต่างไปจากรุ่นอื่นๆ ของ Rolls-Royce ในทันที แม้ว่าส่วนหน้านั้นค่อนข้างธรรมดาด้วยกระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่และไฟหน้า LED ที่บางเฉียบพร้อมไฟเดย์ไลท์ แต่การออกแบบด้านข้างนั้นดูไหลลื่น เรียวลงจนถึงส่วนท้ายพร้อมชุดไฟท้ายที่ไม่เหมือนรุ่นอื่นที่เราเคยเห็นจากแบรนด์นี้มาก่อน นอกจากนี้ Rolls-Royce ยังติดตั้งสปอยเลอร์ที่มีสไตล์และฝากระโปรงท้ายที่สะดุดตา พร้อมแผงหลังคาแบบถอดได้ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์
ความหรูหราที่แฝงด้วยงานฝีมือ
Rolls-Royce อธิบายการตกแต่งภายในว่าเป็น “องค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุด” ของรถโดยใช้เวลาเกือบ 2 ปีกว่าจะสมบูรณ์แบบ โดดเด่นด้วยงานศิลปะที่ซับซ้อนซึ่งแสดงถึงกลีบกุหลาบที่ร่วงหล่น สิ่งนี้ถูกประดิษฐ์ขึ้นทีละชิ้นจากแผ่นไม้วีเนียร์สามเหลี่ยมสีดำ 1,603 ชิ้น ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการมอบงานฝีมือระดับโลกให้กับลูกค้า
นาฬิกาข้อมือคู่รถ
ภายในยังโดดเด่นด้วยเบาะสีแดง ขณะที่คอนโซลกลางมีนาฬิกาโครโนกราฟขนาด 43 มม. แบบสั่งทำพิเศษโดย Audemars Piguet มาพร้อมสิ่งที่น่าสนใจคือสามารถถอดออกได้ด้วยการกดปุ่ม และสวมใส่เป็นนาฬิกาข้อมือได้อีกด้วยเมื่อใส่สายรัด ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของแบรนด์
หีบแชมเปญสุดพิเศษ
ครอบครัวที่สั่งผลิตรถคันนี้ยังได้สั่งซื้อหีบแชมเปญแบบ One-Off เพื่อให้เข้ากับรถ อีกทั้งยังสามารถเปิดได้ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว และมีแก้วแชมเปญคริสตัลและถาดเสิร์ฟ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มความหรูหราและประสบการณ์การใช้งานให้กับลูกค้า
ราคาที่สูงลิบลิ่ว
Rolls-Royce ไม่ได้ระบุว่ายนตรกรรม Droptail ทั้ง 4 รุ่นจะมีราคาเท่าใด แต่มีแหล่งข่าวระบุว่าจะมีราคาอยู่ที่ 25 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 880 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งเป็นราคาที่สูงมากเมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไปในตลาด แต่ก็ถือว่าสมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาถึงความพิเศษของรถคันนี้
สุดยอดความคลั่งไคล้ในรถ Rolls-Royce La Rose Noire Droptail: เปิดตำนานรถแบรนด์หรูที่มีเพียง 4 คันในโลก!
บทนำ:
ในโลกแห่งยานยนต์ระดับสูง มีเพียงไม่กี่ชื่อที่สามารถสะกดคำว่า “ความหรูหรา” และ “เอกลักษณ์” ได้อย่างแท้จริง และหนึ่งในนั้นที่เพิ่งสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญคือการเปิดตัว Rolls-Royce La Rose Noire Droptail ในประเทศไทย ครั้งแรกที่รถต้นแบบจากแผนก Coachbuild ของแบรนด์นี้ปรากฏกายต่อสายตาชาวเอเชีย นับเป็นเหตุการณ์ที่เขย่าขวัญวงการรถยนต์ซูเปอร์คาร์อย่างแท้จริง โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ผู้คลั่งไคล้ในงานฝีมือ ความพิเศษ และสมรรถนะที่เหนือระดับ
บทความนี้จะพาคุณดำดิ่งสู่โลกของรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันมาจากบ้านของ Rolls-Royce ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการรังสรรค์ผลงานศิลปะที่สามารถขับเคลื่อนได้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ต้องการมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่ต้องการความพิเศษที่หาไม่ได้จากรถทั่วไป
แรงบันดาลใจอันลึกซึ้งจากดอกไม้สุดโปรด:
สิ่งแรกที่ทำให้ Rolls-Royce La Rose Noire Droptail แตกต่างอย่างสิ้นเชิงคือแรงบันดาลใจที่แฝงอยู่เบื้องหลังการออกแบบรถคันนี้ ซึ่งครั้งนี้ได้มาจากดอกกุหลาบฝรั่งเศสสีดำ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Black Baccara” อันเป็นที่โปรดปรานของคุณแม่ท่านหนึ่งในครอบครัวที่สั่งผลิต ด้วยสีแดงที่ผสานเข้ากับเฉดสีดำอย่างลึกล้ำ และมีสีแดงประกายมุกเมื่อต้องแสงอาทิตย์ แบรนด์ Rolls-Royce ได้นิยามการผสมผสานของสีทั้งสองนี้ว่า “รักแท้” และ “ความลึกลับ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างแบรนด์และลูกค้าที่ต้องการมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่ต้องการความพิเศษที่หาไม่ได้จากรถทั่วไป
การพัฒนาที่ไม่เหมือนใครและนวัตกรรมที่ไม่คาดคิด:
สิ่งที่ทำให้ La Rose Noire Droptail แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Sweptail และ Boat Tail คือการที่รถคันนี้ไม่ได้ใช้แพลตฟอร์ม Architecture of Luxury แบบเดียวกับ Cullinan, Ghost และ Phantom แต่กลับมาพร้อมตัวถังแบบ monocoque ใหม่ที่ทำจากเหล็ก อะลูมิเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์แทน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างรถ ในขณะที่ยังคงความหรูหราและน้ำหนักเบาได้อย่างลงตัว นับเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและไม่เหมือนใคร
แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานจะใหม่ แต่ระบบส่งกำลังจะยังคงใช้เครื่องยนต์ V12 เทอร์โบคู่ขนาด 6.75 ลิตรของแบรนด์ที่ให้กำลัง 593 แรงม้าและแรงบิด 840 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาน้อยกว่า 5.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กม./ชม. ซึ่งเป็นสเปกที่เหนือกว่ารถซูเปอร์คาร์หลายรุ่นในตลาดปัจจุบัน
การออกแบบภายนอกที่ไร้ที่ติ:
การออกแบบภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ Droptail แตกต่างไปจากรุ่นอื่นๆ ของ Rolls-Royce ใน